ไม คุรากิ (ญี่ปุ่น: 倉木 麻衣 Kuraki Mai คุรากิ มาอิ ) หรือในชื่อจริง ไม อาโอโนะ (ญี่ปุ่น: 青野真衣 Aono Mai อาโอโนะ มาอิ ) (28 ตุลาคม พ.ศ. 2525 – ) เป็นนักร้อง นักแต่งเพลงแนวป็อป, อาร์แอนด์บีร่วมสมัย และโปรดิวเซอร์ ชาวญี่ปุ่น จากเมืองฟุนะบะชิ จังหวัดชิบะ คุรากิเปิดตัวครั้งแรกใน พ.ศ. 2542 ด้วยซิงเกิล เลิฟ เดย์อาฟเตอร์ทูมอร์โรว์ (อังกฤษ: Love, Day After Tomorrow) ในปีต่อมาเธอออกอัลบั้ม ดิลิเชียสเวย์ (อังกฤษ: Delicious Way) ที่เปิดตัวเป็นอันดับหนึ่งบนชาร์ตโอริคอนและทำยอดขายได้มากถึง 2,210,000 ก๊อปปี้ในสัปดาห์แรกที่ออกวางจำหน่าย และอัลบั้มต่อ มาของเธอก็ทำผลงานได้ดีเช่นเดียวกัน ทำให้เธอเป็นหนึ่งในนักร้องหญิงคนหนึ่งที่มีอัลบั้ม 4 อัลบั้มแรกติดชาร์ตโอริคอนเป็นอันดับหนึ่ง

หลังจากความนิยมของเธอลดลงอยู่ช่วงหนึ่ง ในปี พ.ศ. 2552 ความนิยมของเธอจึงเริ่มกลับมาอีกครั้ง โดยอัลบั้ม ทัชมี (อังกฤษ: Touch Me!) ได้ขึ้นถึงอันดับหนึ่งในชาร์ตโอริคอน ทำให้อัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มอันดับหนึ่งครั้งแรกในรอบ 5 ปีตั้งแต่ พ.ศ. 2547 นอกจากนี้ เธอยังทำสถิติเป็นนักร้องหญิงคนเดียวที่มีซิงเกิลอยู่ใน 10 อันดับแรกของชาร์ตตั้งแต่ออกซิงเกิลแรก[2] โดยในปัจจุบันนี้คุรากิมีสตูดิโออัลบั้ม 8 อัลบั้ม อัลบั้มเพลงฮิต 1 อัลบั้ม และซิงเกิลอีก 33 ซิงเกิล ซึ่งในจำนวนนี้เป็นอัลบั้มอันดับหนึ่ง 6 อัลบั้ม และซิงเกิลอันดับหนึ่ง 9 ซิงเกิล สำหรับผลงานล่าสุดของเธอคือซิงเกิลดับเบิลเอไซด์ 1 ซิงเกิลที่ออกเมื่อวันที่ 3 มีนาคม คือ เอเอ็นโยรินากาคุ/ไดรฟ์มีเครซี (ญี่ปุ่น: 永遠より ながく / Drive me crazy Eien Yori Nagaku / Drive me crazy)
ชีวิตช่วงต้นและอาชีพนักร้อง
แรงบันดาลใจของคุรากิในสมัยเด็กที่ จะเป็นนักร้องนั้น เกิดขึ้นมาจากการร้องเพลงของ วิทนีย์ ฮูสตัน และการเต้นของไมเคิล แจ็กสัน ด้วยเหตุนี้เมื่อเธออยู่ในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 เธอจึงส่งเดโมเทปไปยังค่ายเพลง กิซะ สตูดิโอ ซึ่งทางค่ายเพลงได้ตอบรับและเซ็นสัญญากับเธอ เธอได้ถูกส่งตัวไปยังสตูดิโอไซเบอร์ซาวน์เพื่อเปิดตัวในสหรัฐอเมริกา ภายใต้สังกัดกิซ่า ยูเอสเอ โดยเธอได้ออกซิงเกิลแรก เบบี้ไอไลค์ (อังกฤษ: Baby I Like) ในชื่อ ไม-เค (อังกฤษ: Mai-K) อย่างไรก็ดีเพลงนี้ทำอันดับบนชาร์ดบิลบอร์ด ได้ไม่ดีนัก แต่เนื่องจากสตาฟที่ทำงานกับเธอรู้สึกทึ่งในความสามารถในการร้องเพลงของเธอ สตาฟเหล่านั้นจึงชวนเธอให้กลับมาทำงานที่ประเทศญี่ปุ่นภายใต้ค่ายแม่ “กิซ่า สตูดิโอ” แทน และชื่อเรียกว่าไม-เค ก็กลายเป็นชื่อเล่นของเธอนับแต่นั้นมา
2543-2544: เปิดตัวในญี่ปุ่น
คุรากิออกซิงเกิลแรกของเธอ เลิฟ เดย์อาฟเตอร์ทูมอร์โรว์ (อังกฤษ: Love, Day After Tomorrow) เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2542 ซิงเกิลนี้ติดอันดับชาร์ตโอริคอนในอันดับที่ 18ในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2543 หลังจากซิงเกิลเลิฟ เดย์อาฟเตอร์ทูมอร์โรว์ ไต่อันดับขึ้นมาอย่างช้า ๆ จนหยุดที่อันดับ 2 ซึ่งเป็นอันดับสูงสุดของซิงเกิลนั้น ยอดขายของซิงเกิลนี้ พุ่งทะลุหลักล้าน เธอได้ออกซิงเกิลที่ 2 สเตย์บายมายไซต์ (อังกฤษ: Stay by My Side) และซิงเกิลที่ 3 ซีเคร็ตออฟมายฮาร์ท (อังกฤษ: Secret of My Heart) ซึ่งสองซิงเกิลนี้เป็นเครื่องพิสูจน์ความสำเร็จของเธอร่วมกับซิงเกิลเลิฟ เดย์อาฟเตอร์ทูมอร์โรว์ โดยซิงเกิล “สเตย์บายมายไซต์” ที่วางจำหน่ายเมื่อวันที่ 15 มีนาคม พ.ศ. 2543 และเปิดตัวที่อันดับหนึ่งในชาร์ตโอริคอน ส่วนซิงเกิลซีเคร็ตออฟมายฮาร์ทที่ออกตามมาเมื่อวันที่ 26 เมษายน พ.ศ. 2543 เปิดตัวในอันดับ 2 นอกจากนี้ซิงเกิลซีเคร็ตออฟมายฮาร์ตได้รับการรับรองยอดขายเกิน 1 ล้านก๊อปปี้โดยสมาคมผู้ประกอบกิจการเพลงของญี่ปุ่น และยังได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำแห่งญี่ปุ่นในสาขา “เพลงแห่งปี” อีกด้วย
ในเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2543 คุรากิออกซิงเกิลที่สี่ เนเวอร์กอนนากิฟยูอัพ (อังกฤษ: Never Gonna Give You Up) ซึ่งเปิดตัวในอันดับสองบนชาร์ต นอกจากนี้เธอยังออกอัลบั้มแรก ดิลิเชียสเวย์ (อังกฤษ: Delicious Way) ซึ่งเปิดตัวเป็นอันดับหนึ่งบนชาร์ดด้วยยอดขายกว่า 2,210,000 ก๊อปปี้ในสัปดาห์แรกที่วางจำหน่าย เมื่อรวมยอดขายในยอดปีนั้นแล้ว อัลยั้มดิลิเชียสเวย์สามารถทำยอดขายไปได้กว่า 3 ล้านก๊อปปี้ โดยได้รับการรับรองยอดขาย รวมถึงได้รับเลือกให้เป็น อัลบั้มร็อกประจำปีในงานแผ่นเสียงทองคำประจำปีครั้งที่ 16 อีกด้วย และเป็นอัลบั้มที่ขายดีที่สุดประจำปี 2543
ในช่วงเดือนกันยายน พ.ศ. 2543 ถึงเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2544 เธอออกซิงเกิลตามมาอีก 5 ซิงเกิล ได้แก่ ซิมพลีวันเดอร์ฟูล (อังกฤษ: Simply Wonderful), รีชฟอร์เดอะสกาย (อังกฤษ: Reach for the Sky) (พ.ศ. 2543), สึเมะทาอิอุมิ/สตาร์ทอินมายไลฟ์ (ญี่ปุ่น: (冷たい海/Start in My Life Tsumetai Umi/Start in My Life ), สแตนด์อัพ (อังกฤษ: Stand Up) และ ออลเวยส์ (อังกฤษ: Always) (พ.ศ. 2544) ซึ่งซิงเกิลทั้งหมดนี้เปิดตัวใน 3 อันดับแรกบนชาร์ตหลังจากออกซิงเกิลติดต่อกันมานาน คุรากิออกอัลบั้มที่สอง เพอร์เฟกต์ไคร์ม (อังกฤษ: Perfect Crime) ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2544 โดยอัลบั้มนี้ประกอบไปด้วยซิงเกิลทั้งหมดที่ออกหลังจากอัลบั้มดิลิเชียสเวย์ ยกเว้นซิงเกิลซิมพลีวันเดอร์ฟูล อัลบั้มเพอร์เฟกต์ไคร์มนี้ทำยอดขายขึ้นถึงอันดับหนึ่งในชาร์ตและกลายเป็น อัลบั้มที่มียอดขายกว่า 1 ล้านชุดอีกอัลบั้มหนึ่งของเธอ อัลบั้มได้รับการรับรองยอดขายโดยสมาคมผู้ประกอบกิจการเพลงของญี่ปุ่น และได้รับรางวัลอัลบั้มร็อกประจำปีเช่นเดียวกับอัลบั้มแรกของเธอ หลังจากอัลบั้มเพอร์เฟกต์ไคร์มออกจำหน่ายได้หนึ่งเดือน คุรากิออกซิงเกิล แคนท์ฟอร์กอตยัวร์เลิฟ/เพอร์เฟกต์ไคร์ม: ซิงเกิลอีดิท (อังกฤษ: Can’t Forget Your Love/Perfect Crime: Single Edit) ซึ่งเป็นซิงเกิลสุดท้ายของเธอใน พ.ศ. 2544 โดยซิงเกิลนี้เปิดตัวเป็นอันดับ 2 ในชาร์ต
2545-2551: ช่วงขาลง
คุรากิออกซิงเกิลที่ 11 ของเธอที่ชื่อว่า วินเทอร์เบลล์ส (อังกฤษ: Winter Bells) ในเดือนมกราคม พ.ศ. 2545 ซึ่งเปิดตัวในอันดับหนึ่งบนชาร์ต รวมถึงเพลงนี้ได้นำไปใช้เป็นเพลงเปิดที่ 10 ของอะนิเมะเรื่อง ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน รวมถึงได้ลองทำตลาดเพลงในสหรัฐอเมริกาอีกครั้งหลังจากไม่ประสบความสำเร็จ เท่าที่ควรในซิงเกิลภาษาอังกฤษ “เบบี้ไอไลค์” โดยในวันที่ 22 มกราคม พ.ศ. 2545 เธอได้ออกอัลบั้มภาษาอังกฤษอัลบั้มแรกในชื่อ ซีเคร็ตออฟมายฮาร์ท (อังกฤษ: Secret of My Heart เป็นชื่อเดียวกับซิงเกิลภาษาญี่ปุ่นลำดับ ที่ 3) โดยนำเพลงในช่วงซิงเกิลแรก ๆ อัลบั้มดิลิเชียสเวย์ซึ่งเป็นอัลบั้มภาษาญี่ปุ่นอัลบั้มแรก และซิงเกิลเบบี้ไอไลค์ซึ่งเป็นซิงเกิลแรกในสหรัฐอเมริกาของเธอ ไม่ว่าจะเป็นเพลงซีเคร็ตออฟมายฮาร์ท เลิฟ เดย์อาฟเตอร์ทูมอร์โรว์ และสเตย์บายมายไซต์ มาร้องเป็นภาษาอังกฤษ อย่างไรก็ดี อัลบั้มนี้ก็ทำผลงานได้ไม่ดีเท่าที่ควรในชาร์ตบิลบอร์ด เช่นเดียวกับซิงเกิลเบบี้ไอไลค์ของเธอ[26] หลังจากออกอัลบั้มภาษาอังกฤษเธอได้ออกซิงเกิลต่อมาอีก 2 ซิงเกิลซึ่งติดอยู่ใน 2 อันดับแรกของชาร์ตทั้งคู่ คือ ฟีลไฟน์! (อังกฤษ: Feel Fine!) ในเดือนเมษายน และซิงเกิล ไลค์อะสตาร์อินเดอะไนท์ (อังกฤษ: Like a Star in the Night) ในเดือนกันยายน ก่อนที่จะออกอัลบั้มที่ 3 ชื่อ แฟรีเทล (อังกฤษ: Fairy Tale) ในเดือนตุลาคม และเช่นเดียวกับสองอัลบั้มแรก อัลบั้มแฟรีเทลเปิดตัวเป็นอันดับหนึ่งบนชาร์ต[29] รวมถึงได้รับรางวัลแผ่นเสียงทองคำแห่งญี่ปุ่นในสาขา “อัลบั้มร็อกแอนด์ป็อปประจำปี” อีกด้วย เธอปิดท้ายปี 2545 ด้วยซิงเกิล เมคมายเดย์ (อังกฤษ: Make My Day) เมื่อวันที่ 4 ธันวาคม โดยซิงเกิลนี้ขึ้นไปสูงสุดในอันดับ 2 ของชาร์ต
ในปี พ.ศ. 2546 คุรากิเปิดตัวด้วยซิงเกิล ไทม์อาฟเตอร์ไทม์: ฮานะมาอุมาชิเดะ (ญี่ปุ่น: Time after time〜花舞う街で〜 Time after time~Hana Mau Machi De~ ?) (5 มีนาคม), คิส (อังกฤษ: Kiss) (30 เมษายน) และ คาเซะโนะลาลาลา (ญี่ปุ่น: 風のららら Kaze no Rarara ?) (28 พฤษภาคม) ตามลำดับ ซึ่งซิงเกิลทั้งหมดนี้สามารถทำอันดับสูงสุดอยู่ใน 3 อันดับแรกบนชาร์ต หลังจากออกซิงเกิลได้ 3 ซิงเกิลแล้ว เธอออกอัลบั้มที่ 4 อิฟไอบีลีฟ (อังกฤษ: If I Believe) ในวันที่ 9 กรกฎาคม ซึ่งก็เช่นเดียวกับทุกอัลบั้มที่ผ่านมา อัลบั้มนี้ก็ยังสามารถทำอันดับหนึ่งได้ และได้รับการรับรอง 2x Platinum อีกด้วย ปิดท้ายปี 2546 ด้วยผลงานร่วมกับ ทัค มัสสึโมโตะ กับซิงเกิ้ล อิมิเทชันโกลด์ (ญี่ปุ่น: イミテイション・ゴールド Imitation Gold )
คุรากิเริ่มต้นปี พ.ศ. 2547 ด้วยการออกอัลบั้มเพลงฮิตอัลบั้มแรก วิชยูเดอะเบสต์ (อังกฤษ: Wish You the Best) ในวันที่ 1 มกราคม อัลบั้มนี้เปิดตัวอันดับหนึ่งบนชาร์ตและได้รับการรับรองยอดขายเกิน 1 ล้านก็อปปี้ ซึ่งอัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มสุดท้ายของเธอที่ได้รับการรับรองสถานะนั้นจนถึง ปัจจุบัน ในปีนั้นเธอไม่มีผลงานอื่นอีกเลย นอกจากอัลบั้มนี้และซิงเกิล อะชิตะเอคาเครุฮาชิ (ญี่ปุ่น: 明日へ架ける橋 Ashita e Kakeru Hashi ?) (19 พฤษภาคม) ซึ่งเปิดตัวในอันดับ 3
ในปี พ.ศ. 2548 คุรากิเริ่มต้นปีด้วยซิงเกิล เลิฟ, นีดดิง (อังกฤษ: Love, needing) (26 มกราคม) หลังจากซิงเกิลนี้ เธอจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยริทสึเมคัน (ญี่ปุ่น: 立命館大学 Ritsumeikan Daigaku Ritsumeikan University ?) ในวันเดียวกับที่ซิงเกิล แดนซิง (ญี่ปุ่น: ダンシング Dancing ) วางจำหน่าย (23 มีนาคม) ต่อมาเธอออกซิงเกิล พี.เอส มายซันไชน์ (อังกฤษ: P.S My Sunshine) ในวันที่ 1 มิถุนายน โดยทั้งสามซิงเกิลนี้เปิดตัวนอก 3 อันดับแรกเป็นครั้งแรกตั้งแต่ซิงเกิลแรกของเธอ แต่ยังคงอยู่ในสิบอันดับแรก หลังจากนั้นเธอออกอัลบั้มที่ 5 ฟิวส์ออฟเลิฟ (อังกฤษ: Fuse of Love) 24 สิงหาคม ซึ่งประกอบไปด้วยเพลงจากซิงเกิลอะชิตะเอะคาเครุฮาชิ และซิงเกิลในปี พ.ศ. 2548 ทั้งหมด โดยอัลบั้มนี้เปิดตัวเป็นอันดับ 3 ทำให้สถิติลำดับของอัลบั้มในวันเปิดตัวที่เป็นอันดับหนึ่งมาตลอดต้องเสียลง แต่ภายหลังอัลบั้มได้รับการรับรองระดับทองโดยสมาคมผู้ประกอบกิจการเพลงของ ญี่ปุ่น เธอจบปี 2548 ด้วยซิงเกิล โกรวอิงออฟมายฮาร์ท (อังกฤษ: Growing of My Heart) (9 พฤศจิกายน) ซึ่งทำลำดับได้สูงสุดในลำดับ 7 และเพลงนี้ยังนำไปใช้เป็นเพลงเปิดที่ 16 ของอะนิเมะยอดนักสืบจิ๋วโคนันอีกด้วย
พ.ศ. 2549 เธอเปิดตัวด้วยซิงเกิล เบสต์ออฟฮีโร่ (ญี่ปุ่น: ベスト オブ ヒーロー Besuto Obu Hīrō Best of Hero ?) (8 กุมภาพันธ์) และ ไดมอนด์เวฟ (อังกฤษ: Diamond Wave) (21 มิถุนายน) ซึ่งทำอันดับสูงสุดอยู่ใน 10 อันดับแรกของชาร์ตทั้งคู่ ก่อนที่จะออกอัลบั้มที่ 6 ไดมอนด์เวฟ ที่เปิดตัวเป็นอันดับสามและได้รับการรับรองสถานะโกลด์ เธอจบปี 2549 ด้วยซิงเกิลที่นำไปใช้ในอะนิเมะยอดนักสืบจิ๋วโคนันที่ชื่อ ชิโรอิยูคิ (ญี่ปุ่น: 白い雪 Shiroi Yuki ) (20 ธันวาคม) โดยซิงเกิลนี้ทำอันดับได้สูงสุดที่อันดับ 4 บนชาร์ต
ใน พ.ศ. 2550 เธอออกซิงเกิลสุดท้ายภายใต้ค่ายกิซะ สตูดิโอ ในชื่อ ซีซันออฟเลิฟ (อังกฤษ: Season of Love) (14 กุมภาพันธ์) ซึ่งทำอันดับสูงสุดที่อันดับ 6 ก่อนที่จะย้ายค่ายไปสังกัดยังค่ายนอร์ธเทิร์นมิวสิก ในเครือบีอิ้ง บริษัทแม่ของกิซ่าสตูดิโอและนอร์ธเทิร์นมิวสิก เธอออกซิงเกิล ไซเลนท์เลิฟ: โอเพนมายฮาร์ท/บีวิทยู เป็นซิงเกิลแรกกับค่ายนั้น (อังกฤษ: Silent Love: Open My Heart/Be With U) (28 พฤศจิกายน) ซึ่งเปิดตัวในอันดับ 9 ก่อนที่จะออกอัลบั้มที่ 7 วันไลฟ์ (อังกฤษ: One Life) ในวันที่ 1 มกราคม พ.ศ. 2551 ซึ่งอัลบั้มนี้เปิดตัวในอันดับที่ 14 และเป็นอัลบั้มเดียวที่ไม่ได้รับการรับรองใด ๆ จากสมาคมผู้ประกอบกิจการเพลงของญี่ปุ่นเลย เธอออกซิงเกิลต่อออกมาอีก 3 ซิงเกิลในปี 2551 คือซิงเกิล ยูเมะกาซาคุฮารุ/ยูแอนด์มิวสิกแอนด์ดรีม (ญี่ปุ่น: 夢が咲く春/You and Music and Dream Yume ga Saku Haru/You and Music and Dream) (19 มีนาคม), อิชิบิโยโกโตนิเลิฟฟอร์ยู (ญี่ปุ่น: 一秒ごとに Love for You Ichibyōgoto ni Love for You ) (9 กรกฎาคม) และ ทูโฟว์คริสต์มาสไทม์ (อังกฤษ: 24 Xmas Time) ซึ่งซิงเกิลทั้งหมดนี้ก็ยังคงรักษามาตรฐานซิงเกิลของคุรากิไว้ได้ นั่นคือยังทำอันดับได้สูงสุดใน 10 อันดับแรกบนชาร์ต
2552-ปัจจุบัน: ความนิยมกลับมา
คุรากิเริ่มปี พ.ศ. 2552 ด้วยการออกสตูดิโออัลบั้มลำดับที่ 8 ทัชมี (อังกฤษ: Touch Me!) ในวันที่ 21 มกราคม โดยอัลบั้มนี้ประกอบไปด้วยซิงเกิลที่เคยออกใน พ.ศ. 2551 อัลบั้มนี้เปิดตัวเป็นอันดับหนึ่งบนชาร์ตโอริคอนด้วยยอดขายประมาณ 50,200 ก็อปปี้ และเป็นอัลบั้มอันดับหนึ่งอัลบั้มแรกในรอบ 5 ปีตั้งแต่อัลบั้มรวมเพลง วิชยูเดอะเบสต์ ทำยอดขายได้ในอันดับหนึ่งในปี พ.ศ. 2547 และต่อมาอัลบั้มนี้ได้รับการรับรองสถานะเป็นโกลด์โดยสมาคมผู้ประกอบกิจการ เพลงของญี่ปุ่น เธอออกซิงเกิลต่อมา พัซเซิล/รีไวฟ์ (อังกฤษ: Puzzle/Revive) ในรูปแบบดับเบิลเอไซต์ ซึ่งทั้งสองเพลงนี้นำไปใช้ประกอบอะนิเมะเรื่องยอดนักสืบจิ๋วโคนันทั้งคู่ โดยพัซเซิลนำไปใช้เป็นเพลงจบของ ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน เดอะมูฟวี่ ตอน ปริศนานักล่าทรชนทมิฬ ส่วนรีไวฟ์นำไปใช้เป็นเพลงเปิดลำดับที่ 25 ของซีรีส์ยอดนักสืบจิ๋วโคนัน ปี 17 ซิงเกิลดังกล่าวเปิดตัวเป็นอันดับ 3 บนชาร์ตโอริคอน ทำให้เป็นซิงเกิลแรกในรอบ 5 ปีที่ทำอันดับได้สูงสุดอยู่ใน 3 อันดับแรกของชาร์ตนับตั้งแต่ซิงเกิลอะชิตะเอคาเครุฮาชิ ใน พ.ศ. 2547
ในเดือนพฤษภาคมนั้นเอง เธอร่วมมือกับค่ายบี-แกรมเรคคอร์ด ในการรีเมคเพลง สึนาโอะนิอิเอะนะคุเตะ (ญี่ปุ่น: 素直に言えなくて Sunao ni Ienakute) ของซาร์ดเพื่อวางจำหน่ายในวาระครบรอบ 2 ปีการเสียชีวิตของนักร้องรุ่นพี่ร่วมค่ายบีอิง อิซุมิ ซะกะอิ ซิงเกิลดังกล่าวออกจำหน่ายในวันที่ 27 พฤษภาคม วันเสียชีวิตของอิซุมิ ซึ่งในวันดังกล่าวคุรากิยังได้ขึ้นเวทีที่นิปปอน บูโดกัง ในคอนเสิร์ตซาร์ด ว็อทอะบิวตีฟูลโมเมนต์ 2009 เพื่อร่วมขับร้องเพลงนี้อีกด้วย หลังจากคอนเสิร์ตของซาร์ตจบลง คุรากิจึงเดินหน้าออกซิงเกิลที่ 32 ของตนเองในชื่อ บิวตีฟูล (อังกฤษ: Beautiful) ในวันที่ 10 มิถุนายน โดยเพลงนี้นำไปประกอบโฆษณาโคสพอร์ทซาลอนสไตล์ของโคเซะ เพลงนี้เปิดตัวเป็นอันดับ 2 บนชาร์ตโอริคอน ทำให้เธอยังคงสถิติเป็นนักร้องหญิงคนเดียวที่มีทุกซิงเกิลติด 10 อันดับแรกของโอริคอนต่อไป หลังจากนั้นได้ไม่นาน เธอได้จัดทัวร์คอนเสิร์ตฉลอง 10 ปีในวงการในชื่อ เท็นธแอนนิเวอร์ซารี ไม คุรากิ ไลฟ์ทัวร์ 2009 เบสต์ (10th Anniversary Mai Kuraki Live Tour 2009 Best) โดยเริ่มประเดิมทัวร์ครั้งแรกเมื่อวันที่ 4 และ 5 กรกฎาคม ที่มาคุฮาริเมสเสะ (ญี่ปุ่น: 幕張メッセ Makuhari Messe ?) และได้จัดทัวร์คอนเสิร์ตไปตั้งแต่วันที่ 25 กรกฎาคม จนถึง 21 ธันวาคม นอกจากนี้ยังมีคอนเสิร์ตไลฟ์ฮาโลวีนที่บูโดกังเมื่อวันที่ 31 ตุลาคม อีกรอบหนึ่ง
ในวันที่ 9 กันยายน (09/09/09 เมื่อเขียนเป็นเลขวันเดือนปี) เธอออกอัลบั้ม ออลมายเบสต์ (ALL MY BEST) ออกมาฉลองวาระ 10 ปีในวงการเพลง อัลบั้มนี้ขึ้นถึงอันดับหนึ่งในทันทีที่วางจำหน่ายทั้งในชาร์ตโอริคอนและ ชาร์ตบิลบอร์ดเจแปน[66] โดยในวันแรกขายได้กว่า 38,000 ชุด และรวมยอดขายประจำสัปดาห์วันที่ 21 กันยายน อัลบั้มนี้ทำยอดขายไปกว่า 137,050 กอปปี และยังคงยืนชาร์ตต่อมาเรื่อย ๆ โดยปิดอันดับชาร์ตโอริคอนประจำปี 2009 ที่อันดับที่ 25 ด้วยยอดขาย 250,247 ชุด เธอส่งท้ายปี 2552 ด้วยดีวีดีบันทึกการแสดงสด 10th Anniversary ในวันที่ 4 กรกฎาคมที่มาคุฮาริ และคอนเสิร์ตฮาโลวีนวันที่ 31 ตุลาคมที่นิปปอนบูโดกัง ดีวีดีขึ้นชาร์ตอันดับ 1 ในวันแรกและปิดยอดขายประจำสัปดาห์ที่อันดับ 4 ด้วยยอดขายกว่า 13,500 แผ่น
สำหรับใน พ.ศ. 2553 เธอจะออกซิงเกิลดับเบิลเอไซด์ เอเอ็นโยรินากาคุ/ไดรฟ์มีเครซี (ญี่ปุ่น: 永遠より ながく / Drive me crazy Eien Yori Nagaku / Drive me crazy) ในวันที่ 3 มีนาคม โดยเพลงเอเอ็นโยรินากาคุ ถูกนำไปใช้ในโฆษณา ESPRIQUE PRECIOUS ของโคเซะอีกครั้งหลังจากเพลง วาตาชิโนะ ชิราไน วาตาชิ (ญี่ปุ่น: わたしの、しらない、わたし。 Watashi no, Shiranai, Watashi) ในอัลบั้มรวมเพลง “ออลมายเบสต์” ได้ถูกนำไปใช้เป็นโฆษณาของ ESPRIQUE PRECIOUS มาแล้วในปี 2552 ส่วนเพลงไดรฟ์มีเครซี ถูกนำไปใช้ในการออกอากาศรายการซีรีส์ ฮีโร่ส์ ในประเทศญี่ปุ่น ในส่วนของยอดขาย ซิงเกิลดังกล่าวเปิดตัววันแรกอันดับที่ 3 และทำยอดขายในสัปดาห์แรกอยู่ที่อันดับที่ 4
หลังจากนั้นในวันที่ 9 มิถุนายนปีเดียวกันเธอจะออกดิจิตอล ดาวน์โหลดซิงเกิ้ล chance for you~cinema ver~ ชึ่งนำเพลงสุดท้ายของสตูดิโออัลบั้มที่ 5 มารีเมคใหม่ เพลงนี้ถูกใช้ในภาพยนตร์เรื่องหนึ่งที่ออกฉายวันที่ 19 เดือนเดียวกัน
เนื่องจากคุรากิเป็นนักร้องที่มีสไตล์คล้ายกับ ฮิคารุ อุทาดะ ซึ่งเปิดตัวก่อนคุรากิในหลาย ๆ ด้าน เช่น แต่งเพลงร้องด้วยตัวเอง สไตล์เพลงอาร์แอนด์บีและป็อปที่ คล้ายกัน เสียงร้องรวมถึงภาพลักษณ์ที่ใกล้เคียงกัน เป็นต้น จึงทำให้คุรากิกับอุทาดะมักถูกนำมาเปรียบเทียบกัน แม้ว่าคุรากิจะถูกมองว่าเป็นนักเต้นหรือนักร้องที่ดีกว่าก็ตาม แต่ความสามารถในการร้องเพลง เขียนเพลง โปรโมตเพลงของอุทาดะนั้นเหนือกว่าคุรากิ จึงทำให้คุรากิอาจดูด้อยลงไปบ้าง แต่เธอก็ยังคงประสบความสำเร็จอย่างสูงอยู่ ดังจะเห็นได้จากยอดขายอัลบั้มดิลิเชียสเวย์และเพอร์เฟกต์ไครม์ที่ทำยอดขาย รวม 4 ล้านและ 2 ล้านก็อปปี้ตามลำดับ ไม่เพียงเหตุผลดังกล่าว ความสำเร็จของคุรากิอีกส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเธอมักไม่ปรากฏตัวทางโทรทัศน์ บ่อยนักในการโปรโมตเพลง โดยเธอปรากฏตัวครั้งแรกเมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2552 ในรายการโทรทัศน์ “มิวสิกสเตชัน” เพื่อโปรโมตอัลบั้มทัชมี การปรากฏตัวนอกเหนือจากนี้ก็เป็นเพียงการสัมภาษณ์ธรรมดา การถ่ายแบบ และการถ่ายทำโฆษณาเท่านั้น
คุรากิยังเคยถูกนำไปวาดเป็นการ์ตูนด้วยเช่นกัน ในเล่ม 29 ของยอดนักสืบจิ๋วโคนัน ปรากฏภาพของเธอ (ทางวิบูลย์กิจถอดภาษาญี่ปุ่นของเธอออกมาเป็นคุรากิ มิโฮะ) คู่กับทูมิกซ์และ มิโฮ โคมัตสึ ในคดี K3ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่าโกโช อาโอยาม่า ผู้วาดเรื่องยอดนักสืบจิ๋วโคนันวาดภาพนี้เพราะนักร้องทั้งหมดที่กล่าวมาต่าง ก็เคยร้องเพลงประกอบอะนิเมะให้กับยอดนักสืบจิ๋วโคนันทั้งสิ้น

ชื่อจริง มาอิ คุรากิ
ชื่อที่ใช้ในอเมริกา Mai.K
เกิดเมื่อ 28 ตุลาคม 1982
บ้านเกิด โตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
ราศี พฤศจิก
เลือดกรุ๊ป B
เข้าวงการครั้งแรก 12 สิงหาคม 1999
กิจกรรมยามว่าง ดูหนัง, ฟังเพลง, งานวาด, งานศิลป์
สีที่ชอบ แดง, ชมพู, ส้ม, ดำ, ขาว
สัตว์ที่ชอบ เฟรนชิพ, เวลา, ครอบครัว, ชีวิตในโรงเรียน
สิ่งที่รัก กีตาร์ , ฮาร์ , แซ๊กโซโฟน , ฮาร์โมนิก้า , กลอง ฯลฯ
เครื่องดนตรีที่ชอบ เปียนโน
สไตล์เพลงที่ชอบ Black Music
บุคคลที่เคารพนับถือ คุณพ่อคุณแม่
นักร้องที่ชอบ Whitney Houston, Lauren Hill, Mariah Carey, Janet Jackson, Backstreet Boys
cr.wikipedia+japankiku
Cr. popcornfor2.com
Wednesday, April 18th, 2012
Wednesday, April 18th, 2012
Wednesday, April 18th, 2012
Wednesday, April 18th, 2012
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็นสำหรับเรื่องนี้.....