หนังเกาหลีตีตื้นยึดส่วนแบ่งเกิน 50% ในประเทศ

  เมื่อ: Wednesday, January 25th, 2012, หมวด ข่าวรายวัน     ไม่มีความคิดเห็น »
1 Star2 Stars3 Stars4 Stars5 Stars (No Ratings Yet)
Loading ... Loading ...

หลังจากมีสภาพทรงๆตัวมาหลายปี แต่ล่าสุดมีข้อมูลที่ระบุว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของ
เกาหลีใต้ได้กลับมาสู่ขาขึ้นอีกครั้ง กับการกลับมาครองส่วนแบ่งการตลาดในประเทศได้
เกิน 50% เป็นครั้งแรกในรอบ 6 ปี

จากข้อมูลของกระทรวงวัฒนธรรม,กีฬา และการท่องเที่ยวของเกาหลีใต้ ได้เปิดเผยว่าเมื่อ
ปี 2011 หนังเกาหลีใต้สามารถทำรายได้ในประเทศรวมกันแล้ว คิดเป็นส่งแบ่ง 51.9%
ถือว่าน่าพึงพอใจมาก เป็นการเพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่มีส่วนแบ่งรายได้อยู่ที่ 46.5% เท่านั้น

ซึ่งความสำเร็จที่เกิดขึ้นครั้งนี้ ถือว่าเป็นผลจากหนังทำเงินหลายๆเรื่องในปีที่ผ่านมา โดย
เฉพาะสองหนังเด่น Sunny และ Arrow, The Ultimate Weapon ที่ทำเงินร่วมกันไป
ร่วม 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือหากจะคิดเป็นค่าเงินเกาหลีเอง ก็ถือว่าแต่ละเรื่องทำราย
ได้ทะลุไปถึงหลัก 5 หมื่นล้านวอนกันเลยทีเดียว แม้ในเวลาเดียวกันปีที่ผ่านมาจะมีหนัง
ฟอร์มใหญ่จำนวนหนึ่งที่ทำเงินไม่เข้าเป้าก็ตาม

ย้อนหลังกลับไปเมื่อประมาณ 10 ปีก่อน ที่วงการภาพยนตร์เกาหลีใต้เริ่มต้นเป็นที่รู้จักใน
วงการหนังระดับนานาชาติเป็นครั้งแรก ในครั้งนั้นอุตสาหกรรมถือว่าเติบโตสู่ความ
รุ่งโรจน์อยู่หลายปี มีทั้งหนังรักโรแมนติกที่โด่งดังในตลาดต่างประเทศแถบเอเชีย, หนัง
ตลกที่ทำเงินมหาศาลในประเทศ และยังมีผู้กำกับหลายรายที่สร้างชื่อเสียงคว้ารางวัลใน
เทศกาลหนังระดับโลก

อย่างไรก็ตาม ขาขึ้นของวงการหนังเกาหลีใต้กลับต้องมาสะดุดลงเมื่อปี 2006 หลังรัฐบาล
ได้ประกาศยกเลิกกฎ “โควต้า” ที่บังคับให้โรงภาพยนตร์ต้องฉายหนังท้องถิ่นตามจำนวน
รอบที่กำหนด จนหนังฮอลลีวูดเข้ามาตีตลาดและครองส่วนแบ่งมากกว่าในที่สุด ซึ่งมีผลต่อ
วงการหนังในประเทศโดยทันที ตั้งแต่จำนวนหนังที่เคยผลิตกันออกมาปีละร้อยกว่าเรื่อง ก็
ลดลงเหลือเพียง 70 กว่าเรื่องเท่านั้น ยอดรายได้รวมระหว่างปี 2007 – 2010 ก็ตกต่ำลง
อย่างต่อเนื่อง

ซึ่งนักวิเคราะห์มองว่า นอกจากนโยบายการยกเลิกกฎเรื่องโควต้าแล้ว ความตกต่ำลงยัง
เป็นผลโดยตรงของสภาพเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ, ความเปลี่ยนแปลงของวงการ
ภาพยนตร์โดยเฉพาะเรื่องหนังระบบภาพ 3-D และประเด็นเรื่องแหล่งเงินทุน ซึ่งทั้งหมด
มีผลที่ทำให้วงการหนังเกาหลีใต้เริ่มเดินเข้าสู่ช่วงขาลง แม้แต่ตัวเลขรายได้จากการส่งออก
เองก็ลดลงมาตลอดตั้งแต่ปี 2006 เป็นต้นมา

อย่างไรก็ตามแม้ในช่วง 2 – 3 ปีหลัง หนังแดนกิมจิจะเติบโตแบบไม่หวือหวา แต่ก็เรียก
ว่าเป็นการเติบโตอย่างมั่นคง คนทำหนังตัวจริงอย่าง คิมจีอุน (I Saw the Devil) หรือ
นาฮองจิน (The Chaser, The Yellow Sea) ยังคงฉายแววโดดเด่นได้ทั้งในเกาหลีใต้
และต่างประเทศ ซึ่งยังเป็นผลให้ตัวเลขรายได้จากการขายลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ไปจัดจำหน่าย
ในต่างประเทศของเกาหลีใต้ในปี 2011 ก็เพิ่มขึ้นจากปีก่อนถึง 14% ด้วย

เครดิต www.kpopgossip.com

แท็ก คำค้นหา

  เมื่อ: Wednesday, January 25th, 2012, หมวด ข่าวรายวัน     ไม่มีความคิดเห็น »

ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็นสำหรับเรื่องนี้.....

แสดงความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็นของท่านที่นี่

ความคิดเห็น

*
ห้ามแสดงความคิดเห็น หรือใช้ข้อความ ซึ่งอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสียแก่สถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ รวมถึง การใช้ข้อความที่ไม่สุภาพ พฤติกรรมการหลอกลวง การเผยแพร่ภาพลามก อนาจาร หรือการกระทำใด ๆ ที่อาจก่อให้ผู้อื่น ได้รับความเสียหาย

Uses wordpress plugins developed by www.wpdevelop.com