ทิฟฟานี่เผย “ใช่ ฉันทำได้!”
เด็กสาวที่เคยเข้ามาเหยียบแผ่น ดินเกาหลีเมื่อตอนอายุ 16 พร้อมกับความฝันที่อยากจะเป็นนักร้อง ตอนนี้เธอเติบโตขึ้นเป็นสาวสวยที่เจิดจริสอยู่หน้ากล้องในวัย 23 ปี ทิฟฟานี ขณะที่เธอให้สัมภาษณ์ ดวงตาเธอเป็นประกายเมื่อพูดว่า “ทุกสิ่งทุกอย่างได้ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับฉันหมดแล้วค่ะ” หรือแม้แต่ตอนที่พูดว่า “ตอนนี้ฉันมีความสุขมาก”

หลัง จากฟ้าฝนผ่านไป เธอก็กลับมาพร้อมวันสดใสอีกครั้ง เดินเข้ามาในสตูดิโอพร้อมกับผมสลวยที่หอมกรุ่นด้วยท่าทางที่สดใสและร่าเริง หลังจากที่เธอได้รับของขวัญวันเกิดจากคนที่ฝากเอาไว้ให้ บรรยากาศแปลกๆ ก็หายไปในทันที ครั้งนี้ถือว่าเป็นการถ่ายแบบเดี่ยวครั้งแรกในรอบสี่ปีหลังจากที่พวกเธอเดบิ วมา เธอมีความสุขและสนุกกับฉากและบรรยากาศในการถ่ายทำที่จัดเตรียมไว้สำหรับเธอ เป็นอันมาก รวมทั้งทีมงานก็ตื่นเต้นไม่แพ้เธอเลย
“มันดูน่าสนุกมาก เลยค่ะ เพราะว่าคอนเซ็ปในครั้งนี้คือ ‘สาวร็อค’ ก่อนจะมาเนี่ยฉันยังกังวลอยู่เลยว่าฉันไม่เหมาะกับแนวนี้ แต่ถึงตอนนี้แล้วฉันคิดว่าฉันทำได้ค่ะ!”
มันค่อนข้างจะหายากนะที่จะ มีใครสักคนที่ร่าเริงและมีจิตใจดีขนาดนี้อยู่รอบๆ ตัวคุณเพราะพลังความน่ารักต่างๆ ของเธอมันแพร่กระจายไปเร็วมาก เพียงแค่ 10 นาทีที่ได้เจอกับเธอ คุณจะรู้ทันทีว่าทิฟฟานีเป็นคนอย่างไรจากสัญชาติญาณของคุณเอง หลังจากการถ่ายแบบ 5 ชั่วโมงผ่านไป พวกเราก็ย้ายไปนั่งกันที่โซฟาในมุมเงียบๆ เพื่อเริ่มสัมภาษณ์เธอ แม้ว่าพวกเราจะรู้กันอยู่แล้วว่าเธอต้องเหนื่อยและเพลียมากแน่ๆ ทิฟฟานีก็ยิ้มได้แล้วบอกกับพวกเราเกี่ยวกับความคิดของเธอ
“ถึงตอนนี้ แม้ว่าฉันจะเจ็บปวดแค่ไหน ฉันก็จะไม่ร้องไห้อีกต่อไปแล้วค่ะ พวกคุณที่คอยมองดูเราอยู่ไกลๆ จะได้เห็นว่าพวกเราสบายดี” “แค่คิดว่าพวกเรากำลังเติบโตขึ้นแล้วก็จะก้าวข้ามไปยังอีกโลกหนึ่งที่ต่างไป แค่นั้นใจฉันก็เต้นแรงแล้วล่ะค่ะ!”
ในขณะที่เธอพูด และบอกเราเกี่ยวกับอนาคตที่เธอออกแบบไว้ เธอก็กลับกลายไปเป็นเด็กวัยรุ่นอายุ 23 อีกครั้ง เธอสวย น่ารัก จนเมื่อการสัมภาษณ์จบลง แม้แต่บรรณาธิการนิตยสารเองยังต้องยกนิ้วให้
เมื่อ ไรที่คุณเริ่มฝันที่จะเป็นนักร้อง? แล้วเมื่อไรที่เริ่มรู้ว่าคุณมีพรสวรรค์ด้านนี้ หรือเมื่อไรที่่คนรอบๆ ตัวคุณเริ่มหันมาบอกกับคุณว่าคุณมีพรสวรรค์? แล้วพรสวรรค์เหล่านั้นคืออะไร?
เมื่อ ตอนที่ฉันยังเด็ก ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยค่ะว่าฉันจะมีพรสวรรค์ด้านการร้องเพลงหรือเต้น แต่เมื่อก่อนที่ฉันจะเดินทางมาเกาหลีฉันเริ่มรู้แล้วล่ะค่ะว่าฉันร้องเพลง และเต้นเก่ง แล้วฉันก็ชอบมากค่ะ จนเมื่อพี่ชายของฉัน คนที่ไม่เคยชมใครมาก่อนเนี่ย บอกกับฉันว่า “เสียงดีนี่” ฉันก็รู้สึกมีกำลังใจขึ้นมาอย่างเหลือล้นเลยค่ะ จากนั้นมาฉันก็เฝ้าฝันมาตลอดว่าอยากจะเป็นนักร้อง แล้วฉันก็คิดแบบนี้ตั้งแต่นั้นมา แม้กระทั่งตอนนี้แม้ว่าฉันจะมีประสบการณ์แล้วแต่ก็ยังคงคิดและฝันเหมือนเดิม อยู่ เหมือนกับ – “คนที่ทำงานดีมากแค่ไหน มันไม่ได้แปลว่าเขาจะชนะคนอื่น แต่เขากลับต้องทำงานให้ดียิ่งๆ ขึ้นไปอีก”
เมื่อมีความฝันที่จะเป็นนักร้อง คุณมีวิธีการทำตามความฝันอย่างไร? คุณคิดว่าอาชีพนักร้องเหมาะกับคุณมากแค่ไหน แล้วตอนนี้เป็นอย่างไร?
หลัง จากที่พวกเราขึ้นคอนเสิร์ต 14 ครั้งในช่วงอารีนาทัวร์ที่ผ่านมาไม่นานนี้ พวกเราร้องเพลงกว่า 30 เพลงในเวลา 3 ชั่วโมงของแต่ละคอนเสิร์ต ฉันรู้สึกจริงๆ เลยว่าฉันมีสมรรถภาพร่างกายที่สามารถยืนอยู่ได้บนเวทีนานๆ ถึงแม้ว่าพวกเราจะมีความกดดันและเหนื่อยล้าในเรื่องการเตรียมตัว แต่ฉันก็ไม่ลืมที่จะหาความบันเทิงร่วมกับสมาชิกคนอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่พวกเรานั้นยืนอยู่บนเวที พวกเรานั้นลืมช่วงเวลาที่เหนื่อยล้าไปจดหมดสิ้น ช่วงเวลาที่ฉันยืนอยู่บนเวทีนั้น ฉันบอกกับตัวเองว่า “นี่ล่ะ ที่ที่ฉันยีนอยู่” แล้วเมื่อตอนที่พวกเรามีกิจกรรมที่ญี่ปุ่นซึ่งเยอะแล้วก็เหนื่อยมาก ฉันมองย้อนกลับไปถึงกิจกรรมที่พวกเราได้ทำในเกาหลี แล้วก็บอกกับตัวเองว่า “ครั้งหนึ่งเมื่อฉันเป็นเด็ก” ที่นั่นทำให้ฉันมีความกล้าและมั่นใจในตัวเองมากขึ้น ฉันมองต่อไปข้างหน้าถึงกิจกรรมที่จะเกิดขึ้นในเกาหลี ให้มากกว่าที่ฉันเคยทำมา
จริงๆ แล้ว การได้เป็นส่วนหนึ่งของ SNSD นั้นเป็นเรื่องน่ายินดี แต่ดูเหมือนกับว่าในระหว่างบรรดาสมาชิก SNSD เองนั้นก็มีเรื่องการแข่งขันในด้านความงามเข้ามาด้วย คุณรู้สึกกดดันกับเรื่องนี้ไหม?
บอกตามตรงนะคะ พวกเราทั้งหมดมีความเป็นตัวของตัวเองแล้วก็ไม่เคยมีการแข่งกันเรื่องความงาม เลย พวกเรารู้ว่าแต่ละคนมีความงามในแบบฉบับของตัวเอง พวกเราก็มีบอกกันบ้างอย่างเช่น “ผอมไปแล้วนะ กินอีกหน่อยสิ” หรือคอยให้คำแนะนำ “มัดผมขึ้นแบบนั้น เข้ากับเธอมากกว่า” พวกเราคอยแนะนำกันและกันแบบนั้น มันสนุกมากค่ะ พวกเราอยากจะให้ทุกคนสวยขึ้น เลยให้กำลังใจซึ่งกันและกันไปด้วย นี่เรื่องจริงนะคะ หวังว่าทุกคนจะเชื่อ (หัวเราะ)
การเต้นของ SNSD นั้นน่าทึ่งมาก พวกคุณซ้อมกันหนักแค่ไหน? แม้ว่าการซ้อมและการโชว์จะไม่ได้ออกมายอดเยี่ยมทุกครั้ง คุณรู้สึกแย่ไหมที่เต้นหรือทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร?
แน่นอนที่สุด ค่ะว่ามันต้องมีช่วงเวลาที่ไม่ได้เป็นอย่างที่เราตั้งใจ แต่มันมีทางเดียวที่จะผ่านมันไปได้ – คือการซ้อมจนกว่าคุณจะทำได้ดี เพราะว่าฮโยยอนเป็นนักเต้นที่เยี่ยมที่สุดในวง พวกเราก็จะไปรบเร้าให้เธอสอนเต้นให้พวกเราจนเธอเริ่มรำคาญเลยทีเดียวค่ะ เมื่อเป็นแบบนี้ พวกเราก็ยิ่งต้องซ้อมและซ้อมให้มากขึ้นไปอีกค่ะ


คุณคิดว่าตอนนี้คุณเป็นผู้ใหญ่แล้วหรือยัง? แล้วเมื่อไรที่คุณคิดว่า “โอ้ นี่ฉันโตขึ้นแล้วนะเนี่ย”?
เมื่อ ตอนที่ฉันรู้สึกว่าฉันเริ่มมองไปยังเป้าหมายข้างหน้ามากขึ้น ฉันเลยเริ่มบอกกับตัวเองว่า ฉันเริ่มจะกลายเป็นผู้ใหญ่ขึ้นไปทุกทีแล้วนะ แล้วเมื่อฉันเห็นน้องเล็กของเราอย่างยุนอาหรือซอฮยอนเริ่มโตเป็นสาวขึ้น จากรสนิยมการเลือกของที่่ค่อนข้างจะเป็นผู้หญิงมากขึ้น นั่นละทำให้ฉันรู้ว่าพวกเรากำลังโตขึ้นแล้วนะ
เมื่อเร็วๆ นี้มีเรื่องไหนที่ทำให้คุณตื่นเต้นมากๆ บ้างไหม? ตอนอยู่บนเวทีหรือตอนเจอคนในสเป็คก็ได้
ไม่ มีหรอกนะคะที่เจอชายในฝันแล้วจะทำให้ฉันใจเต้นไม่เป็นส่ำขนาดนั้น ฉันคิดว่าเวลาที่ดีที่สุดคือตอนที่พวกเราเล่นคอนเสิร์ตเสร็จแล้วเดินลงมาจาก เวที คอนเสิร์ต 14 ครั้งในญี่ปุ่น แล้วก็คอนเสิร์ตเดี่ยวในเกาหลี! ฉันรู้สึกดีมากๆ ไม่ว่าจะกี่ครั้งที่คิดถึงมัน หลังจากพวกเราได้มีคอนเสิร์ตหลายครั้ง ฉันรู้สึกว่าพวกเรา SNSD นั้นเติบโตอย่างเข้มแข็งขึ้นมาก พวกรุ่นพี่บอกกับพวกเราว่า “นักร้องน่ะ จะเป็นนักร้องจริงๆ ได้ก็หลังจากที่พวกเขาได้มีคอนเสิร์ตเป็นของตัวเองนั่นล่ะ” ฉันรู้เลยค่ะว่ามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ
มีเทคนิคพิเศษเฉพาะฉบับของทิฟฟานีในการหาสไตล์ให้สวยเหมาะกับตัวเองไหม?
เมื่อ ไรที่เรามีการถ่ายแบบไม่ว่าจะเดี่ยวหรือกลุ่ม ฉันเลือกที่จะแสดงความรู้สึกออกมามากกว่าจะทำท่าทางในแบบที่น่ารัก แม้จะมันจะทำได้ไม่ดีถึง 100% แต่ฉันก็อยากจะพยายามต่อไป ฉันพยายามที่จะเดินตามรอยต้นแบบอย่างดีไซเนอร์ Coco Rocha และนางแบบอย่าง Doutzen Kroes มันเหมือนกับว่าฉันได้นำมาใช้ในการร้องเพลงด้วย เพราะฉันจะสามารถแสดงออกถึงท่าทางที่สวยงามได้ ฉันคิดว่าในระหว่างที่พวกเราได้ทำกิจกรรมต่างๆ นั้นฉันก็แสดงให้ทุกคนเห็นถึงภาพลักษณ์ของฉันไปแล้ว แม้ว่าเสื้อผ้านั้นจะใส่เพื่อให้ความอบอุ่นและสบายแก่ร่างกาย แต่ฉันก็เลือกเสื้อผ้าในแนวของผู้หญิง วันหนึ่งฉันจะเลือกใช้สไตล์ของฉันตามอารมณ์ และหลังจากนั้น พอพวกเรามานั่งดูรูปกันแล้วก็จะสังเกตว่าเสื้อผ้าที่ฉันเลือกใส่นั้นมีแต่ แนวผู้หญิงทั้งนั้นเลย แน่นอนที่สุดว่า พอถึงเวลานี้ที่ฉันถ่ายแบบในคอนเซ็ปใหม่ๆ เช่นนี้ ฉันจะพยายามอย่างที่สุดที่จะแสดงออกมาในความรู้สึกที่หลากหลาย
เห็นได้ชัดเลยว่า คุณผอมลงและสวยขึ้นมาก คุณมีเคล็ดลับพิเศษอะไรไหมเกี่ยวกับการดูแลผิวและการควบคุมรูปร่าง?
ถ้า คอนเสิร์ตของเรากำลังใกล้เข้ามา ฉันจะกินมากกว่าปกติค่ะ เพราะมีแต่ทางนี้เท่านั้นที่ฉันจะสามารถแสดงออกถึงความเป็นธรรมชาติได้ แต่เมื่อฉันต้องรับงานพิธีกรหรืองานอื่นๆ ฉันจะดื่มน้ำมากๆ และควบคุมน้ำหนักก่อนหน้าวันงานสัก 2-3 วัน เพราะว่าฉันต้องใส่เดรส ตามคำแนะนำเรื่องอาหารในแต่ละวันของพวกเรานั้น เราต้องกินอาหารที่เน้นโปรตีน เราต้องเลือกอาหารที่จะกินโดยต้องคำนวณถึงพลังงานที่เราจะได้รับให้เหมาะสม มีคำกล่าวที่ว่า “ถ้าอยากจะลดน้ำหนัก ให้กินเยอะๆ ในตอนเช้า กินน้อยๆ ในตอนกลางวัน และอดในตอนเย็น” แต่จริงๆ แล้วตอนกลางคืนเนี่ย ฉันรู้สึกอยากจะกินมากๆๆๆ ดังนั้นเนี่ยความเป็นไปได้ที่จะอดไม่ไหวเนี่ยมันก็มีสูงตามไปด้วย ฉันชอบที่จะอดในตอนเช้ามากกว่า แล้วมากินน้อยๆ ในตอนกลางวัน แล้วก็กินเยอะๆ ในตอนเย็น แต่จะทำแบบนั้นโดยควบคุมแคลอรีที่จะได้รับไปให้ ฉันว่าแบบนั้นมันดีกับฉันมากกว่า
จริงๆ แล้วฉันไม่ค่อยได้ดูแลผิวมากเท่าไรค่ะ แม้ว่าฉันจะสนใจเรื่องการแต่งหน้าสำหรับการขึ้นเวที แต่โดยปกติแล้ว วันอื่นๆ ฉันก็แค่ทาครีมที่มีสารป้องกันรังสี UV แล้วก็ใส่แว่นกันแดดเท่านั้นเอง ฉันพยายามที่จะดื่มน้ำเยอะๆ คุณจะเห็นฉันคือขวดน้ำพลาสติกไปไหนด้วยตลอดเลย แล้วฉันก็พยายามที่จะกินอาหารประเภทที่มีไฟเบอร์สูงๆ ด้วย จริงๆ แล้วผิวฉันก็ไม่ใช่จะดีมากที่สุดนะคะ แต่น้องเล็กซอฮยอนของเราผู้ซึ่งเป็นสาวสุขภาพดีเนี่ยจะคอยดูและเรื่องสุขภาพ ของพวกพี่ๆ อยู่เสมอแหละค่ะ
การเป็น SNSD ย่อมหนีไม่พ้นกับคอนเซ็ป แนวแฟนชั่น หรือแม้แต่ทรงผมที่หลากหลาย คุณคิดว่าสำหรับตัวคุณแล้วสไตล์ไหนที่ดูดีที่สุดตั้งแต่ลองมา?
พวก เรา SNSD เราได้ลองใส่เสื้อผ้าตามคอนเซ็ปที่หลากหลายมาก ในบรรดาคอนเซ็ปทั้งหมดที่เคยได้ลองมา ฉันว่าคอนเซ็ป Gee กับกางเกงยืนส์สีน้ำเงินและเสื้อยืดสีขาวนั้นเป็นสิ่งที่ฉันชอบที่สุด ส่วนตัวแล้วฉันชอบกางเกงยีนส์กับเสื้อยืดสีขาวอยู่แล้ว และนั่นทำให้ฉันคิดว่าฉันดูดีที่สุดในตอนที่เราอยู่ในช่วงโปรโมทเพลง Gee แม้ว่าเสื้อผ้าน่ารักนั้นจะดีมากเช่นกันก็ตาม แต่ฉันยังคิดว่าเสื้อผ้าวัยรุ่นที่ดูมีชีวิตชีวาจะสามารถแสดงเสน่ห์ของ ‘โซนยอ (เด็กสาว)’ ได้มากกว่า
ขณะอยู่บนเวที คุณนั้นดูสดใสและมีพลังงานที่ไร้ขีดจำกัดอยู่ตลอด มีเทคนิคในการซ่อนความรู้สึกไม่ดีที่บางทีอาจจะเกิดขึ้นในระหว่างทำงานบ้าง ไหม?
ในกลุ่ม ฉันถูกยกให้เป็นสมาชิกที่มีพลังงานเยอะที่สุด ฉันพยายามอย่างมากที่จะใช้ชีวิตให้มีความสุขและสนุกอยู่เสมอ อีกทั้งยังเผื่อแผ่ไปให้คนอื่นๆ ด้วย แม้จะเป็นแบบนั้นแต่มันก็มีบางเวลาที่ความเศร้าหมองเกิดขึ้น แต่เมื่อเวลาฉันได้ขึ้นไปยืนอยู่บนเวที ฉันเลือกให้ตัวตนของฉันทำงานมากกว่า ซึ่งตัวฉันเองก็แปลกในกับตรงนี้เช่นกัน ไม่ว่าเมื่อไรที่ฉันเศร้า หรือรู้สึกแย่ เมื่อฉันได้ก้าวขึ้นไปอยู่บนเวที ฉันจะลืมความทุกข์หรือทุกสิ่งทุกอย่างไปหมดสิ้น มันไม่จำเป็นที่จะต้องเก็บซ่อนความรู้สึกไม่ดีเอาไว้ แต่ชั่วขณะนั้นฉันกลับไม่ได้นึกถึงมันเลยจริงๆ


เมื่อตอนอายุเท่าไร ที่คุณเริ่มรู้สึกถึงเสน่ห์ของผู้ชาย แล้วสเป็คของคุณเป็นอย่างไร?
ฉัน ไม่มีสเป็คที่แน่นอนตายตัวหรอกค่ะ จริงๆ แล้วฉันไม่ค่อยมีเวลาจะคิดถึงเรื่องนี้ด้วยซ้ำไป แม้ว่าจะฉันรู้ว่าเสน่ห์นั้นจะต้องเป็นรอยยิ้มสวยๆ และสามารถทำให้ฉันยิ้มได้ก็ตาม แต่ที่สุดแล้วแค่เขารักฉันมากเท่าที่ฉันรักเขา แค่นั้นก็ดีที่สุดแล้วล่ะค่ะ
พูดถึงเรื่องการออกเดทในฝันหน่อย?
เพราะว่าฉันเป็นคนที่ชอบอะไรก็ตามที่ดูเป็นผู้หญิงสักหน่อย ถ้ามีเดท ฉันก็อยากจะมีเดทที่โรแมนติกค่ะ
เสื้อผ้าหรือเครื่องประดับแบบไหนที่คุณใส่เป็นประจำ? แล้วมียี่ห้อไหนที่ชอบเป็นพิเศษไหม?
การ เลือกใช้สีของ Prada ในเสื้อผ้าฤดูนี้เยี่ยมมากค่ะ สีพาสเทลสะดุดตาฉันตั้งแต่เห็น แม้คนที่ไม่ชอบสีฟ้าอย่างฉัน ยังรู้สึกหลงรักสีฟ้าแบบ Prada เลยค่ะ ถ้านอกจากเสื้อผ้าใหม่ๆ ที่พวกเราใส่จากการถ่ายโฆษณาหรือถ่ายแบบแล้วล่ะก็ ส่วนตัวแล้วฉันชอบเสื้อผ้าที่ใส่แล้วรู้สึกถึงความน่ารักและโรแมนติกค่ะ แน่นอนที่สุด ถ้าเสื้อผ้าที่ใส่แล้วไม่สบายตัว ฉันก็ไม่ชอบมันเลยไม่ว่ามันจะสวยสักแค่ไหน เสื้อผ้าที่ดีที่สุดคือเสื้อผ้าที่ใส่แล้วสบายตัว ส่วนเครื่องประดับ ฉันชอบใส่มากค่ะ ตอนนี้ฉันชอบต่างหูแบบยาว ถ้าคุณเลือกต่างหูที่เข้ากับคุณ มันก็จะทำให้หน้าคุณดูเรียวขึ้น ส่วนรองเท้าฉันก็ชอบนะคะ เวลาคุณใส่เสื้อผ้าแบบลำลองสบายๆ ใส่กับรองเท้าส้นเตี้ยก็จะเข้ากันดีค่ะ
แม้ ว่าจะมีบางเวลาที่เกิดความผิดพลาดหรือเวลาที่เจ็บปวด คุณในฐานะทิฟฟานีแห่ง SNSD ผู้ซึ่งสดใสน่ารักตลอดเวลาไม่ว่าจะทำอะไร ต่อไปในอนาคต คุณจะทำอย่างไรให้สิ่งเหล่านี้นั้นคงอยู่ต่อไป?
เมื่อวันก่อน พวกเราก็ได้คุยกันว่า “พวกเรามากันได้ไกลถึงขนาดนี้แล้ว เป็นที่น่าภูมิใจมาก” เมื่อตอนที่ฉันมาเกาหลีตอนอายุ 15 ปี ฉันมีความคาดหวังอย่างมาก แล้วฉันก็ทำงานอย่างหนัก หนักมากจริงๆ เมื่อได้คิดว่าฉันจะก้าวข้ามไปยังอีกโลกหนึ่งที่แตกต่างออกไปในขณะที่ฉันก็ เติบโตตามไปด้วย แค่นั้นใจฉันก็เต้นแรงอย่างมาก เพราะว่าพวกเราเป็นที่รู้จักในวงกว้าง ฉันจึงมีความคาดหวังในอนาคตของพวกเรามากกว่าจะคิดถึงเรื่องความกังวลต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น เป้าหมายที่ฉันฝันเอาไว้มันได้เป็นจริงแล้วเมื่อ SNSD ได้รับความรักที่เปี่ยมล้นมากเช่นนี้ ตั้งแต่นี้ไปพวกเราจะมองให้ไกลขึ้นและตั้งเป้าหมายให้สูงขึ้นกว่านี้อีก
ดูเหมือนว่าตอนนี้คุณเริ่มมีความมุ่งมั่นท้าทายและก้าวเข้าไปสู่อีกด้านหนึ่งนั่นคือละครและภาพยนตร์
จน ถึงตอนนี้ แม้ว่า SNSD จะมีเสน่ห์มากขึ้นแล้วก็ตาม สมาชิกแต่ละคนก็มีพรสวรรค์ที่น่าสนใจต่างกัน ฉันคิดว่าต่อไปในอนาคต คุณอาจจะได้เห็นพวกเราได้โชว์ความสามารถที่หลากหลายออกไปอีก แทนที่จะมองฉันในฐานะของ ‘ทิฟฟานี’ แห่ง ‘SNSD’ ฉันหวังว่าจะได้แสดงออกถึงพรสวรรค์ของฉันจริงๆ มากกว่า
ความปรารถนาที่อยากให้เกิดขึ้นจริงในอนาคต?
แม้ ว่าฉันจะมีความยินดีและมีความสุขที่ได้ทำกิจกรรมในฐานะ SNSD ฉันก็หวังว่าบทบาทในด้านอื่นที่ฉันได้รับก็จะประสบความสำเร็จเช่นกัน ความปรารถนาของฉันคือได้ร่วมงานในด้านการแสดง เพลง และด้านแฟชั่น ฉันรู้สึกสนุกและมีความสุขกับการถ่ายแบบวันนี้มาก มันเป็นงานที่น่าสนุกอยู่เสมอกับการที่ได้ลองใส่ชุดมากมาย หลากหลายสไตล์แล้วก็ถ่ายแบบ มีหลายครั้งที่พวกเรา SNSD ต้องลองหาชุดสำหรับการขึ้นเวทีของพวกเราเอง แล้วฉันก็ได้เรียนรู้มากมายจากการอ่านนิตยสารแฟชั่น ตั้งแต่เด็กแล้ว ฉันตั้งใจและให้ความสำคัญมากกับแฟชั่น แล้วเมื่อฉันได้ใส่ชุดสวยๆ หรือชุดเดรสก็จะทำให้ฉันมีความสุขมาก ฉันเป็นเด็กผู้หญิงที่ชอบการแต่งหน้าและเสื้อผ้าหลายสไตล์ ฉันมีความสุขเพราะสไตล์ของฉันนั้นหลากหลาย เป้าหมายของฉันคือการออกแบบอนาคตให้กับตัวฉันเอง ฉันจะทำในสิ่งที่ฉันอยากทำโดยอยู่ในขอบเขตความสามารถของฉันเอง ทุกสิ่งทุกอย่างถูกจัดเตรียมไว้สำหรับฉันหมดแล้ว!
—————————————————–
Credit: Singles September 2011 Issue
Translated by: imwhywhy@fanwonder.com
แปลไทยโดย Translator Gang ll SOSHIFANCLUB ll http://www.soshifanclub.com
Wednesday, April 18th, 2012
Wednesday, April 18th, 2012
Wednesday, April 18th, 2012
Wednesday, April 18th, 2012
ยังไม่มีการแสดงความคิดเห็นสำหรับเรื่องนี้.....